Last updated: 18 ม.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
บทสวด 7 ตำนาน และ 12 ตำนาน คือการรวบรวมบทสวดมนต์ศักดิ์สิทธิ์ (พระปริตร) จากพระไตรปิฎก เพื่อใช้สวดในพิธีมงคลต่าง ๆ โดยคำว่า "ตำนาน" ในที่นี้หมายถึง "ตำรับ" หรือเรื่องราวที่มาของแต่ละบทนั่นเอง
7 ตำนาน (จุลปริต):
เป็นชุดบทสวดขนาดกำลังดีที่ใช้ในงานมงคลทั่วไป เช่น งานทำบุญบ้านหรืองานแต่งงาน เนื้อหาจะเน้นเรื่องการสร้างสิริมงคลให้ชีวิต การแผ่เมตตา และการขอความคุ้มครองจากภัยอันตรายรอบตัว เช่น สัตว์ร้ายหรือสิ่งไม่ดี
12 ตำนาน (มหาปริต):
เป็นชุดบทสวดชุดใหญ่ที่เพิ่มจาก 7 ตำนานขึ้นมาอีก 5 บท มักใช้ในงานพิธีสำคัญมาก ๆ หรือพิธีหลวง เนื้อหาจะครอบคลุมลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การแก้ลางร้ายฝันร้าย และการอวยพรให้มีชัยชนะในทุกประการ
สรุปง่าย ๆ คือ 7 ตำนาน คือบทสวดชุดพื้นฐานสำหรับงานมงคลทั่วไป ส่วน 12 ตำนาน คือบทสวดชุดเต็มรูปแบบสำหรับงานพิธีใหญ่ ๆ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด
บทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและสวดกันบ่อยมาก ทั้งใน 7 ตำนาน และ 12 ตำนาน ก็คือ "เมตตสูตร" (หรือ กะระณียะเมตตะสุตตัง)
บทนี้มีความหมายน่ารักและซึ้งมาก คือการสอนให้เรา "แผ่ความรักความปรารถนาดีไปให้คนและสัตว์ทุกจำพวก" โดยไม่มีประมาณ เหมือนกับที่แม่คอยเฝ้าถนอมลูกน้อยคนเดียวด้วยชีวิต
(บทแปล)
"สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ จะเป็นสัตว์ที่สะดุ้งหรือมั่นคงก็ตาม เป็นสัตว์ตัวยาวหรือตัวใหญ่ ตัวปานกลางหรือตัวสั้น เป็นสัตว์ผอมหรือสัตว์อ้วน ที่เราเห็นแล้วหรือมิได้เห็นก็ตาม ที่อยู่ใกล้หรืออยู่ไกลที่เกิดแล้วหรือกำลังจะเกิดก็ตาม ขอสัตว์เหล่านั้นทั้งสิ้นจงเป็นผู้มีสุขถ้วนหน้าเถิด"
ทำไมบทนี้ถึงพิเศษ?
ใช้ไล่สิ่งไม่ดีด้วยความเมตตา: ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าให้พระสวดบทนี้เพื่อแก้ปัญหาเทวดาที่รบกวนพระธุดงค์ในป่า พอเทวดาได้รับพลังเมตตาจากบทสวดนี้ ก็กลับมาคอยดูแลคุ้มครองพระท่านแทน
ช่วยให้หลับสบาย: เชื่อกันว่าสวดบทนี้ก่อนนอนจะทำให้หลับฝันดี ไม่ฝันร้าย และเป็นที่รักของทั้งมนุษย์และเทวดา
สำหรับ บทเมตตสูตร (กะระณียะเมตตะสุตตัง) แบบบาลีพร้อมคำอ่าน สวดบทนี้แล้วใจจะเย็นและเป็นสิริมงคลมาก
บทเมตตสูตร (กะระณียะเมตตะสุตตัง)
กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ, ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ,
(กะ-ระ-นี-ยะ-มัด-ถะ-กุ-สะ-เล-นะ, ยัน-ตัง สัน-ตัง ปะ-ทัง อะ-ภิ-สะ-เมด-จะ)
สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ, สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี,
(สัก-โก อุ-ชู จะ สุ-หุ-ชู จะ, สุ-วะ-โจ จัด-สะ มุ-ทุ อะ-นะ-ติ-มา-นี)
สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ, อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ,
(สัน-ตุส-สะ-โก จะ สุ-ภะ-โร จะ, อับ-ปะ-กิด-โจ จะ สัน-ละ-หุ-กะ-วุด-ติ)
สันตินทะริโย จะ นิปะโก จะ, อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ,
(สัน-ติน-ทะ-ริ-โย จะ นิ-ปะ-โก จะ, อับ-ปะ-คับ-โภ กุ-เล-สุ อะ-นะ-นุ-คิด-โธ)
นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ, เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง,
(นะ จะ ขุด-ทัง สะ-มา-จะ-เร กิน-จิ, เย-นะ วิน-ญู ปะ-เร อุ-ปะ-วะ-เทย-ยุง)
สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ, สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา.
(สุ-ขิ-โน วา เข-มิ-โน โหน-ตุ, สับ-เพ สัด-ตา ภะ-วัน-ตุ สุ-ขิ-ตัด-ตา)
เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ, ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา,
(เย เก-จิ ปา-นะ-พู-ตัด-ถิ, ตะ-สา วา ถา-วะ-รา วา อะ-นะ-วะ-เส-สา)
ทีฆา วา เย มะหันตา วา, มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา,
(ที-คา วา เย มะ-หัน-ตา วา, มัด-ชิ-มา รัด-สะ-กา อะ-นุ-กะ-ถู-ลา)
ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา, เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร,
(ทิด-ถา วา เย จะ อะ-ทิด-ถา, เย จะ ทู-เร วะ-สัน-ติ อะ-วิ-ทู-เร)
ภูตา วา สัมภะเวสี วา, สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา.
(พู-ตา วา สัม-พะ-เว-สี วา, สับ-เพ สัด-ตา ภะ-วัน-ตุ สุ-ขิ-ตัด-ตา)
นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ, นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ,
(นะ ปะ-โร ปะ-รัง นิ-กุบ-เพ-ถะ, นา-ติ-มัน-เญ-ถะ กัด-ถะ-จิ นัง กิน-จิ)
พะยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา, นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ.
(พะ-ยา-โร-สะ-นา ปะ-ตี-คะ-สัน-ยา, นาน-ญะ-มัน-ยัด-สะ ทุก-ขะ-มิด-เฉย-ยะ)
มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง, อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข,
(มา-ตา ยะ-ถา นิ-ยัง ปุด-ตัง, อา-ยุ-สา เอ-กะ-ปุด-ตะ-มะ-นุ-รัก-เข)
เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ, มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง.
(เอ-วัม-ปิ สับ-พะ-พู-เต-สุ, มา-นะ-สัม-ภา-วะ-เย อะ-ปะ-ริ-มา-นัง)
เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง, มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง,
(เมด-ตัน-จะ สับ-พะ-โล-กัด-สะ-มิง, มา-นะ-สัม-ภา-วะ-เย อะ-ปะ-ริ-มา-นัง)
อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ, อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง.
(อุด-ธัง อะ-โธ จะ ติ-ริ-ยัน-จะ, อะ-สัม-พา-ธัง อะ-เว-รัง อะ-สะ-ปัด-ตัง)
ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา, สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ,
(ติด-ถัน-จะ-รัง นิ-สิน-โน วา, สะ-ยา-โน วา ยา-วะ-ตัด-สะ วิ-คะ-ตะ-มิด-โธ)
เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ, พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ.
(เอ-ตัง สะ-ติง อะ-ทิด-เฐย-ยะ, พรัม-มะ-เม-ตัง วิ-หา-รัง อิ-ธะ-มา-หุ)
ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา, ทัสสะเนนะ สัมปันโน,
(ทิด-ถิน-จะ อะ-นุ-ปะ-คัม-มะ สี-ละ-วา, ทัด-สะ-เน-นะ สัม-ปัน-โน)
กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง, นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ.
(กา-เม-สุ วิ-เนย-ยะ เค-ธัง, นะ หิ ชา-ตุ คับ-พะ-เสย-ยัง ปุ-นะ-เร-ตี-ติ)
#บทสวดมนต์ #เมตตสูตร #แผ่เมตตา #ภาษาบาลี #ธรรมะทาน #สิริมงคล
#เมตตสูตร #แผ่เมตตา #บทสวดมนต์ #สิริมงคล #ธรรมะเป็นทาน
#7ตำนาน #12ตำนาน #บทสวดมนต์ #พระปริตร #สิริมงคล #ทำบุญ #ธรรมะเช้านี้