Last updated: 3 ก.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
"ดื่มชาและกาแฟทุกวัน" คำแนะนำโดยทั่วไปคือ
กาแฟ: วันละ 1–3 แก้ว (กาแฟดำขนาดปกติ) ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่
ชา: วันละ 2–4 แก้ว ก็ยังถือว่าเหมาะสม ขึ้นกับชนิดของชา
สิ่งที่ควรระวังคือ ปริมาณคาเฟอีนรวม ไม่ควรเกินประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรง ซึ่งเทียบคร่าว ๆ ได้ดังนี้
กาแฟ 1 แก้ว ≈ 80–120 มก.
ชาดำ 1 แก้ว ≈ 40–70 มก.
ชาเขียว 1 แก้ว ≈ 20–45 มก.
หากดื่ม กาแฟและชานมหวานทั้งวัน สิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่แค่คาเฟอีน แต่รวมถึง
-น้ำตาลสูง ทำให้น้ำหนักขึ้นและเสี่ยงโรคเบาหวาน
-คาเฟอีนมากเกินไป ทำให้นอนไม่หลับ ใจสั่น วิตกกังวล
อาจทำให้ขับปัสสาวะมากขึ้น และในบางคนอาจสัมพันธ์กับการได้รับแร่ธาตุบางชนิด เช่น แมกนีเซียม ไม่เพียงพอ หากรับประทานอาหารไม่สมดุล
หากเป็นคนที่ ดื่มชา กาแฟแทนน้ำเปล่า ควรพยายามดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อย 1.5–2 ลิตรต่อวัน และรับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียม เช่น ถั่ว เมล็ดพืช ผักใบเขียว และธัญพืชไม่ขัดสีด้วย
น้ำตาลต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า
ไม่ควรเกิน 50 กรัมต่อวัน (ประมาณ 12 ช้อนชา) ของ น้ำตาลเติม (added/free sugars)
หากทำได้ ควรลดเหลือ ไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน (ประมาณ 6 ช้อนชา) จะยิ่งดีต่อสุขภาพ
ตัวอย่างปริมาณน้ำตาลโดยประมาณ
ชานมไข่มุก 1 แก้ว (หวานปกติ) = 30–60 กรัม
กาแฟเย็นใส่นมและน้ำตาล 1 แก้ว = 20–40 กรัม
น้ำอัดลม 1 กระป๋อง (325 มล.) = ประมาณ 35 กรัม
ดังนั้น ถ้าดื่มชานมหรือกาแฟหวาน 2 แก้วต่อวัน ก็อาจได้รับน้ำตาลเกินปริมาณที่แนะนำแล้ว
หากติดเครื่องดื่มเหล่านี้ แนะนำให้สั่ง หวาน 25% หรือไม่หวาน จะช่วยลดน้ำตาลได้มาก โดยยังคงได้รสชาติและคาเฟอีนตามต้องการครับ
#กาแฟ #สุขภาพ