Last updated: 11 มี.ค. 2569 | 45 จำนวนผู้เข้าชม |
การอ้างว่า “ไม่ได้ทำงานที่ถนัด” เป็นอีกหนึ่งกลไกป้องกันตัวเองที่คนบางกลุ่มใช้เพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ
ข้ออ้างเพื่อรักษาภาพลักษณ์: การบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำงานที่ถนัด ทำให้ดูเหมือนว่าไม่ได้ล้มเหลวเพราะขาดความสามารถ แต่เพราะงานไม่ตรงกับความถนัด
การป้องกันความเครียด: เป็นวิธีเบี่ยงความกดดันจากการทำงานที่ต้องใช้ความพยายามจริง ๆ ไปสู่การอธิบายว่า “ไม่ใช่ความผิดของฉัน แต่เป็นเพราะงานไม่เหมาะ”
ความจริงบางส่วน: แน่นอนว่าคนเรามีงานที่ถนัดและไม่ถนัด แต่ถ้าใช้เป็นข้ออ้างบ่อย ๆ มันสะท้อนว่าเขาเลือกจะทุ่มพลังไปกับสิ่งที่ให้ความสุขทันที (เช่น ดารา คนดัง) มากกว่าการพัฒนาทักษะในงานจริง
พูดให้ชัดคือ คนเหล่านี้ไม่ได้ขาดความสามารถ แต่ขาด “ความตั้งใจจะปรับตัว” พวกเขาเลือกที่จะอยู่ในพื้นที่ที่สบายใจ (comfort zone) แล้วใช้ข้ออ้างเรื่อง “ไม่ถนัด” เป็นเกราะกำบัง
หลายครั้งคนเราก็ไม่ได้มีโอกาสทำงานที่ตรงสายหรือถนัดจริง ๆ แต่ชีวิตจริงมันบังคับให้ต้อง “ทำเพื่อเลี้ยงชีพ” ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม
ความจริงของตลาดแรงงาน: ไม่ใช่ทุกคนจะได้ทำงานตรงกับสิ่งที่เรียนหรือสิ่งที่ถนัด แต่ถ้าอยากมีรายได้ ก็ต้องปรับตัวเข้ากับงานที่มีให้ทำ
ทักษะที่พัฒนาได้: งานที่ไม่ถนัดอาจกลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้และสร้างทักษะใหม่ ถ้าเปิดใจทำจริง ๆ มันอาจกลายเป็นสิ่งที่ถนัดในอนาคต
ความรับผิดชอบต่อชีวิต: การอ้างว่า “ไม่ถนัด” แล้วไม่ทำ เป็นการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทั้งตัวเองและองค์กร เพราะสุดท้ายทุกคนก็ต้องหาทางเลี้ยงชีพอยู่ดี
พูดง่าย ๆ คือ “งานที่ไม่ถนัด” ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ทำ แต่เป็นบททดสอบว่าจะเลือกอยู่ใน comfort zone หรือจะยอมเหนื่อยเพื่อความอยู่รอดและโอกาสใหม่ ๆ ครับ