Last updated: 8 ก.พ. 2569 | 45 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่อง V2K หรือ Voice to Skull เป็นหัวข้อที่มีการพูดถึงกันมากในกลุ่มคนที่เชื่อว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายของการคุกคามด้วยเทคโนโลยีค่ะ แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์กระแสหลักจะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการใช้เทคโนโลยีนี้ในระดับแพร่หลายหรือเพื่อการควบคุมจิตใจ แต่ก็เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างเข้มข้นค่ะ
สรุปประเด็นสำคัญของ V2K ได้ดังนี้ค่ะ:
1. V2K คืออะไร?
Voice to Skull (V2K) คือแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สามารถส่งสัญญาณเสียงเข้าไปในหัวของบุคคลได้โดยตรง โดยที่คนรอบข้างไม่ได้ยินค่ะ โดยหลักการที่มักถูกอ้างถึงคือ Microwave Auditory Effect (Frey Effect) ซึ่งเป็นการใช้คลื่นไมโครเวฟที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อทำให้เกิดการขยายตัวทางความร้อนในเนื้อเยื่อสมอง จนเปลี่ยนเป็นคลื่นเสียงที่หูชั้นในรับรู้ได้ค่ะ
2. กลุ่ม Targeted Individuals (TI)
กลุ่มคนที่เชื่อว่าตนเองถูกคุกคามด้วยเทคโนโลยีนี้มักเรียกตัวเองว่า Targeted Individuals หรือ TI ค่ะ โดยพวกเขามักจะระบุว่า:
ได้ยินเสียงพูดในหัวตลอดเวลา (มักเป็นเสียงด่าทอหรือสั่งการ)
รู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตามหรือถูกสอดแนมจากระยะไกล
เชื่อว่าเป็นการทดลองของรัฐบาลหรือองค์กรลับเพื่อควบคุมประชากร
3. มุมมองทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา
ความเป็นไปได้ทางเทคนิค: กองทัพสหรัฐฯ เคยมีการศึกษาเรื่องนี้จริง (เช่น โปรเจกต์ Medusa) เพื่อใช้เป็นอาวุธที่ไม่ทำให้เสียชีวิต (Non-lethal weapon) แต่ในปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์ใดที่สามารถส่งข้อความเสียงที่ชัดเจนและซับซ้อนเข้าสู่สมองจากระยะไกลได้จริงค่ะ
สุขภาพจิต: ในมุมมองทางการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญมักระบุว่าอาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับอาการทางจิตเวช เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) ที่ทำให้เกิดอาการหูแว่ว (Auditory Hallucination) หรือความหวาดระแวง (Paranoia) ค่ะ
สรุปสถานะปัจจุบัน
ในขณะที่ทฤษฎีสมคบคิดเชื่อว่านี่คืออาวุธลับในการควบคุมมนุษย์ แต่ทางวิทยาศาสตร์ยังคงมองว่าเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ทางจิตใจหรือเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในขั้นทดลองเบื้องต้นเท่านั้นค่ะ
เว็บร้อยแปดพันเก้าคอมพิวเตอร์ดอทคอม
โทร.0972400911 LINE @1081009COMPUTER
ยินดีเลยค่ะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ V2K และการรับมือในมุมมองต่าง ๆ เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก เพื่อให้เห็นภาพรวมที่รอบด้านที่สุดนะคะ
1. มุมมองจากกลุ่ม TI (แนวทางการป้องกันทางกายภาพ)
สำหรับผู้ที่เชื่อว่ากำลังถูกคลื่นรบกวน กลุ่มเครือข่าย TI มักจะแนะนำวิธีการที่เรียกว่า "Shielding" หรือการสร้างเกราะป้องกันค่ะ:
Faraday Cage (กรงฟาราเดย์): การใช้วัสดุที่ทำจากโลหะ เช่น อะลูมิเนียมฟอยล์ หรือมุ้งลวดทองแดง มากรุห้องนอนหรือทำเป็นหมวก เพื่อสะท้อนคลื่นไมโครเวฟและสัญญาณวิทยุค่ะ
White Noise: การเปิดเสียงซ่า (White noise) หรือเสียงพัดลม เพื่อกลบเสียงที่ได้ยินในหัว ช่วยให้สมองหลุดโฟกัสจากเสียงคุกคามเหล่านั้นค่ะ
การบันทึกหลักฐาน: แนะนำให้จดบันทึกวัน เวลา และลักษณะของเสียงที่ได้ยิน เพื่อหาความเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านค่ะ
2. มุมมองทางการแพทย์และจิตวิทยา (แนวทางการรักษาสุขภาพจิต)
เนื่องจากอาการ "ได้ยินเสียงในหัว" เป็นสัญญาณสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบประสาท แพทย์มักแนะนำดังนี้ค่ะ:
การตรวจเช็กระบบประสาท: บางครั้งอาการแว่วอาจเกิดจากเนื้องอกในสมองหรือความผิดปกติของหูชั้นใน การตรวจ MRI หรือพบแพทย์เฉพาะทางจะช่วยตัดสาเหตุทางกายภาพออกไปได้ค่ะ
การบำบัดด้วยยา: หากเป็นอาการทางจิตเวช การใช้ยาปรับสารสื่อประสาทจะช่วยลดความถี่ของเสียงลงได้มาก ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นค่ะ
CBT (Cognitive Behavioral Therapy): การบำบัดทางความคิดเพื่อช่วยให้รับมือกับความเครียดและความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นจากการถูกคุกคามค่ะ
3. มุมมองเชิงเทคโนโลยีและการตรวจสอบ
RF Detectors: การซื้อเครื่องวัดสัญญาณวิทยุหรือคลื่นความถี่ (Radio Frequency Detector) มาตรวจสอบในบริเวณที่อยู่อาศัย เพื่อดูว่ามีสัญญาณที่ผิดปกติจริงหรือไม่ค่ะ
การลดมลภาวะทางเสียง: ตรวจสอบว่าในบ้านมีอุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่นความถี่สูง (Infrasound หรือ Ultrasound) หรือไม่ เช่น เครื่องไล่หนูไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวหรือหูอื้อได้ค่ะ
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากคุณหรือคนใกล้ชิดรู้สึกไม่สบายใจหรือเครียดจากเรื่องนี้มาก ๆ การเริ่มต้นด้วยการไป "ตรวจสุขภาพทั่วไป" ที่โรงพยาบาลเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดค่ะ เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายและระบบประสาทของเรายังทำงานปกติดีอยู่ค่ะ
#V2K #TargetedIndividuals #MentalHealthAwareness #Shielding #การรับมือV2K
#V2K #VoiceToSkull #TargetedIndividuals #TI #เทคโนโลยีควบคุมจิตใจ #ทฤษฎีสมคบคิด